การจัดอันดับเรตภาพยนต์ที่เหมาะกับผู้เข้าชม

original_chicago-movies
การทำภาพยนตร์ เป็นการใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็ในรูปแบบของการสื่อความหมายโดยวิธีอื่นตามที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 ได้ให้การรับรองและคุ้มครองให้สามารถที่จะกระทำได้ แต่ทั้งนี้ไม่ใช่ว่าจะสร้างภาพยนตร์อย่างไรก็ได้ตามใจฉัน แต่จะสร้างได้โดยมีโดยมีข้อยกเว้น กล่าวคือ รัฐสามารถที่จะจำกัดเสรีภาพในเรื่องดังกล่าวได้ เฉพาะเพื่อรักษาความมั่นคงของรัฐ เพื่อคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพ เกียรติยศ ชื่อเสียง สิทธิในครอบครัวหรือความเป็นอยู่ส่วนตัวของบุคคลอื่น เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือเพื่อป้องกันหรือระงับความเสื่อมทรามทางจิตใจหรือสุขภาพของประชาชนเท่านั้น

การแบนหนังตามกฎหมายไทย เป็นส่วนหนึ่งของการจัดประเภทภาพยนตร์ หนังที่ถูกแบนก็คือหนังที่คณะกรรมการภาพยนตร์พิจารณาแล้วเห็นว่าไม่ว่าผู้ชมจะอายุเท่าไรก็ไม่สามารถดูได้ เมื่อมีหนังโดนแบน คนสร้างหนังไม่ได้มีความผิดและโทษ แต่ได้รับผลกระทบตรงที่หนังของตัวเองไม่ได้รับอนุญาตให้ฉาย สำหรับกรณีที่คนสร้างหนังจะมีความผิดและมีโทษหรือเป็นหนังที่ผิดกฎหมาย ก็เช่น หนังที่มีเนื้อหาหมิ่นประมาทผู้อื่น ดูหมิ่นศาสนา ลามกอนาจาร ฯลฯ คนสร้างหนังอาจถูกลงโทษ เช่น โทษจำคุก โทษปรับ แต่หนังอาจจะโดนแบนหรือไม่ก็ได้

แต่บางคนอาจเข้าใจไปว่าหนังที่สร้างออกมาไม่ถูกต้องหรือไม่ดีงามควรต้องถูกแบนเพื่อลงโทษไม่ให้คนสร้างหนังแบบนั้นอีก แต่หารู้ไม่ว่าการแบนหนังตามกฎหมายกับการลงโทษจริงๆแล้วเป็นคนละเรื่องกัน หากหนังเรื่องไหนมีเนื้อหาไปละเมิดบุคคลอื่น ควรต้องดำเนินคดีตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง แต่ถ้าเป็นกรณีที่มีเนื้อหาไม่ดีงามตามความรู้สึก อาจต้องเปิดพื้นที่ให้ความคิดเห็นที่หลากหลายมากกว่าการมุ่งลงโทษคนสร้าง การทำหนังที่สุ่มเสี่ยงต่อการถูกแบนกับการสุ่มเสี่ยงต่อการละเมิดกฎหมาย หรือละเมิดสิทธิบุคคลอื่นจึงเป็นคนละเรื่องกัน

การจัดเรตหนังที่เห็นได้ทั่วไปตามหนังที่เข้าโรงภาพยนตร์

– เรต G (General Audiences) ซึ่งเป็นเรตหนังที่เหมาะกับผู้ชมทุกเพศทุกวัย ดูได้ตั้งแต่เด็กแบเบาะยังไม่หย่านมแม่จนกระทั่งถึงผู้เฒ่าผู้แก่อายุเกือบร้อยปี
– เรต PG (Parental Guidance Suggested) ซึ่งเป็นเรตหนังที่เหมาะกับผู้ชมทุกเพศทุกวัยเช่นกัน แต่อาจมีเนื้อหาบางส่วนที่ไม่เหมาะสำหรับเด็กเล็ก
– เรต PG-13 (Parents Strongly Cautioned) ซึ่งเป็นเรตหนังที่มีเนื้อหาบางส่วนไม่เหมาะกับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 13 ปี ความรุนแรงอยู่ในระดับกลางๆ
– เรต R (Restricted) ซึ่งเป็นเรตหนังที่รู้จักกันทั่วไปว่า “หนังเรท R” ส่วนใหญ่จะเป็นหนังที่เหมาะสำหรับผู้ใหญ่ และอาจมีฉากที่ไม่เหมาะสมหรือมีความรุนแรงในระดับที่สูงกว่า เรท PG-13
– เรต NC-17 (No One 17 And Under Admitted) ซึ่งเป็นเรตหนังที่จะเรียกว่า “ฮาร์ดคอร์” ที่สุดก็ว่าได้ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วมักจะเป็นหนังปลุกใจเสือป่่าซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับเพศ หรือมีเนื้อหาที่รุนแรงค่อนข้างจะมาก

เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างภาพยนตร์นอกกระแสและในกระแส


เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างภาพยนตร์นอกกระแสและในกระแสว่า ภาพยนตร์ในกระแสผู้ชมจะคลิกเข้ากับเนื้อเรื่อง ซึ่งภาพยนตร์ที่ทำรายได้คือ ภาพยนตร์สยองขวัญ โรแมนติก และคอมเมอดี้ เนื่องจากดูแล้วเข้าใจง่าย ทำให้เกิดเป็นภาวะปากต่อปากในการเรียกผู้ชม ซึ่งเวลาทำจะคิดเยอะ เช่น บริษัทผู้สร้างภาพยนตร์จะมีการกำหนดว่าในแต่ละปีจะผลิตภาพยนตร์แต่ละประเภทออกมากี่เรื่อง และมีใครเป็นผู้กำกับ ในส่วนนี้จึงมีระบบนายทุนเข้ามามีผลสูง ซึ่งทางค่ายจะต้องมั่นใจว่าจะได้กำไรคุ้มค่ากับทุนมากน้อยขนาดไหน เพราะต่อให้ผู้กำกับอยากทำ แต่นายทุนไม่อนุมัติก็เท่านั้น จึงเป็นสาเหตุที่สะท้อนได้ว่าอิทธิพลองขค่ายมีส่วนเกี่ยวข้องกับภาพยนตร์ในระดับหนึ่ง

ขณะที่ภาพยนตร์อินดี้ ภาพยนตร์ที่มีสไตล์เน้นการนำเสนอที่ผู้กำกับต้องการ ซึ่งได้อิทธิพลมากสำหรับภาพยนตร์ในตระกูล ‘Art Film’ ที่มีการนำเสนอโดยใช้ตัวตนของผู้กำกับเข้ามามีส่วนในการนำเสนอ ส่งผลให้ผู้ชมไม่เข้าใจและต้องปรับตัวให้เข้ากับการรับชมซึ่งไม่ถือว่าผิดปกติ เพราะในโลกของภาพยนตร์นั้นมีวิธีการนำเสนอหลากหลายรูปแบบ ภาพยนตร์อินดี้จึงเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่ผู้ชมควรเปิดรับ แต่คนดูบ้านเรากลับถูกฝึกให้รับภาพยนตร์ในกระแสมากว่า เพียงเพราะคำนึงถึงยอดเงินมากกว่าคุณค่าทางศิลปะในภาพยนตร์

คนที่จะดูภาพยนตร์อินดี้ คือคนที่เข้าใจในศาสตร์และรู้วิธีการปรับตัวขณะชมภาพยนตร์ เรียกว่า ‘การปรับตัวของผู้รับสื่อขณะชมสื่อ’ ภาพยนตร์แนวนี้หากไม่ใช่ผู้ที่มีความรู้ด้านภาพยนตร์ ก่อนดูจึงควรอ่านบทวิจารณ์ภาพยนต์ก่อนเพื่อเป็นการตั้งรับ เพราะสำหรับภาพยนตร์อินดี้การเล่าเรื่องจะดำเนินไปอย่างช้าๆ ค่อยๆ เล่า การตั้งกล้องขณะถ่ายทำจะต่างออกไป คือใช้เทคนิคการตั้งกล้องแช่อยู่กับที่ซะส่วนใหญ่ ไม่เหมือนกับภาพยนตร์ในกระแสที่จะเล่าเรื่องแบบใส่สีสัน ให้คนดูได้รู้ว่าเนื้อหาจะเดินไปในทิศทางไหน ดังนั้นคนที่จะเข้าไปดูภาพนตร์อินดี้ จึงควรเปิดมิติตอบรับกับหนังให้ได้ ต้องใช้สติ ความคิด ไล่ลำดับเรียบเรียงไปตามการเล่าเรื่องช้าๆ ขณะที่ภาพยนตร์ในกระแส ที่คนดูแทบไม่ต้องตั้งสติ แค่เข้าไปเดี๋ยวหนังจะจัดการคุณเอง

ตลาดหนังอินดี้จึงมักมีผู้ชมเฉพาะกลุ่ม ลักษณะเด่นของภาพยนตร์คือ วิธีการถ่ายภาพหรือตัดต่อ และวิธีการกระตุ้นให้คนดูเกิดการสับสนในขณะรับชม “แต่บางทีถ้าเราปรุงแต่งความคิดของเราลงไปกับภาพยนตร์ ให้ตัวเองเป็นตัวละครได้ ก็จะเข้าใจและได้กลิ่นอายของความเป็นอินดี้” จุดนี้ถือเป็นเหตุที่ทำมาเพื่อกระตุ้นผู้ชม การชมภาพยนตร์อินดี้นั้นส่วนใหญ่คือการจัดลำดับความคิดให้ดำเนินไปตามเรื่องโดยใช้การจินตนาการทางความคิดเข้าไปมีส่วนร่วมในการรับชม “หากไม่เกิดการปรุงแต่งความคิดในการชมภาพยนต์อินดี้ เท่ากับว่าคุณกำลังปิดประตูรับรู้ทันที”

ในส่วนของนักแสดงนำถือเป็นหัวใจของภาพยนตร์ในกระแส เนื่องจากนักแสดงที่มีชื่อเสียงสามารถดึงดูดผู้ชมเข้ามาได้จำนวนมาก แต่สิ่งสำคัญคือผู้กำกับไม่ได้หวังจะขายนักแสดงเพียงอย่างเดียว เพราะระบบการคัดเลือกนักแสดง จำเป็นต้องมีการแคสติ้งบทว่าสามารถเล่นได้ตามต้องการหรือไม่ ขณะเดียวกันในบางกรณีผู้จัดการดาราก็เข้ามามีส่วนในการคัดเลือกนักแสดง เช่น ภาพยนตร์โรแมนติก-ดราม่าเรื่องหนึ่ง ที่ถูกท้วงติงจากผู้ชมและวงการภาพยนตร์อย่างยิ่งว่าผู้ที่เล่นเป็นนางเอกนั้นผลงานแสดงยังไม่ดี แต่ถูกนำมาแสดงเพราะการยื่นข้อเสนอระหว่างผู้กำกับกับผู้จัดการดาราในการให้คิวนักแสดงนำ หากจะให้นักแสดงชื่อดังมารับบทพระเอก ต้องให้นางเอกคนนี้ซึ่งเป็นต้นสังกัดเดียวกันมาแสดง ทำให้เรื่องดังกล่าวกลายเป็นกรณีศึกษาในวงการภาพยนตร์

เมื่อเทียบกับภาพยนตร์อินดี้แล้ว ส่วนใหญ่ผู้กำกับมักเน้นที่เนื้อหามากกว่านักแสดงนำในเรื่อง จึงมักใช้นักแสดงที่ไม่มีชื่อเสียง แต่ในกรณีที่ใช้ก็ต้องมีการคัดเลือกว่านักแสดงมีคุณสมบัติตรงตามบทบาทและเล่นได้หรือไม่ “หนังอินดี้จึงไม่ได้มองว่านักแสดงคือจุดขายที่ทำให้ได้เงิน แต่มองว่านักแสดงสามารถสวมบทบาทตามที่ต้องการได้” เพราะศาสตร์ของภาพยนตร์อินดี้ไม่เน้นการทำรายได้ แต่จะเน้นสนองความต้องการของผู้กำกับมากกว่า ซึ่งภาพยนตร์อินดี้ในบ้านเราส่วนใหญ่มักเมินเฉยและไม่ง้อนายทุนในประเทศ แต่เน้นการบินข้ามฟ้าข้ามทะเลไปเคาะประตูขอทุนจากบริษัทต่างชาติ โดยกองทุนไม่จำเป็นต้องมาจากแหล่งเดียว ซึ่งในภาพยนตร์หนึ่งเรื่องอาจมีแหล่งที่มาของเงินทุนมากกว่าหนึ่งที่ และสถานที่ที่เปิดให้ขอทุนส่วนใหญ่ คือ ประเทศเดนมาร์ก ฝรั่งเศส และเกาหลีใต้ ซึ่งเทศกาลหนังปูซานจึงเป็นอีกแหล่งที่สำคัญนั่นเอง

โรงภาพยนตร์ก็เป็นส่วนสำคัญต่อตลาดภาพยนตร์ เนื่องจากโรงภาพยนตร์ที่เปิดฉายภาพยนตร์อินดี้นั้นมีจำนวนจำกัด สถานที่เปิดฉายมีเพียงโรงภาพยนตร์เฮ้าส์ อาร์ซีเอ สหมงคล เครือเอเพ็กซ์ รวมไปถึงสกาล่าและลิโด้ เป็นต้น ซึ่งขัดกับภาพยนตร์ในกระแสที่มีโรงภาพยนตร์เปิดรับทั่วประเทศ ทำให้การทำรายได้มีโอกาสที่สูงกว่า

ข่าวลือ Jamie Dornan อาจไม่รับบทหนังภาคต่อจาก Fifty Shades of Grey

การแสดงอันเร่าร้อนของเจมี่ ดอร์แนนในเรื่อง Fifty Shades of Grey ทำเอาสาวๆเก็บไปฝันอยู่หลายวันเลยทีเดียว แต่น่าเสียดายที่ใบหน้าหล่อๆแบบนี้จะปรากฏให้เห็นเพียงภาคเดียวเท่านั้น เพราะแว่วมาว่าเขาอาจไม่รับบทนี้ในหนังภาคต่ออีกต่อไป ข่าวลือที่อ้างว่า พระเอกสุดฮอตัดสินใจถอนตัวจากการรับบท คริสเตียน เกรย์ ในหนังภาคต่อ Fifty Shades of Grey โดยให้เหตุผลว่าไม่ต้องการให้ภรรยาเกิดอาการไม่สบายใจหากเขาต้องแสดงฉากเซ็กส์อันเร่าร้อนอีก 2 ภาค เจมี่ ดอร์แนน ขอถอนตัวกับทีมผู้สร้างด้วยตัวเอง พร้อมกล่าวว่า Fifty Shades of Grey คือจุดสูงสุดในอาชีพการแสดงของเขาแล้ว

การประสบความสำเร็จอย่างมากสำหรับภาพยนตร์อีโรติกเรื่อง Fifty Shades Of Grey ที่สามารถคว้าแชมป์รายได้เปิดตัวอันดับ 1 ใน 56 ประเทศทั่วโลก โดยสามารถทำรายได้ในสหรัฐอเมริกาจากการฉายในสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา มากกว่า 85  ล้านเหรียญสหรัฐฯ ใน 3,646 โรงภาพยนตร์ และกวาดรายได้จากประเทศอื่นๆทั่วโลกประมาณ 158 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ทุบสถิติเป็นภาพยนตร์เรท R ที่มีรายได้เปิดตัวสูงสุด และเป็นรายได้เปิดตัวสูงสุดของภาพยนตร์โดยผู้กำกับหญิงอีกด้วย ผู้ชมส่วนใหญ่ของภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นผู้หญิงถึง 68 เปอร์เซ็นต์

แต่อย่างไรก็ตามเหตุผลสำคัญน่าจะทำเพื่อความสบายใจของภรรยาคนสวยเสียมากกว่า เพราะก่อนหน้านี้เขาเคยให้สัญญากับเธอว่าจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงจากการรับบทนี้ แต่ผลสุดท้ายดูเหมือนสาวๆทั่วโลกจะคลั่งไคล้ในตัวเขามากเกินไปจนทำให้เธอไม่ปลื้ม พิสูจน์ได้จากการที่ อเมเลีย วอร์เนอร์ ไม่ยอมดูหนังที่สามีสุดหล่อเลยนับตั้งแต่เป็นกระแสไปทั่วโลกซึ่งข่าวลือเรื่องการถอนตัวของ เจมี่ ดอร์แนน อาจไม่ใช่อุปสรรคแรกที่หนังชุด Fifty Shades of Grey ต้องเผชิญ โดยก่อนหน้านี้ผู้กำกับ แซม เทเลอร์-จอห์นสัน ได้แสดงความจำนงว่าจะถอนตัวเนื่องจากมีความเห็นไม่ลงรอยกับเจ้าของบทประพันธ์อย่าง อี แอล เจมส์ ที่อยากให้หนังเพิ่มดีกรีความสยิวมากกว่านี้ ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นไปได้ว่า อี แอล เจมส์ จะเขียนบทหนังภาคต่อด้วยตัวเองอีกด้วย

หน่วยงานรัฐที่ดูแลเรื่องภาพยนตร์ก่อนที่จะปฏิรูประบบราชการโดยจัดแบ่งกระทรวงใหม่

20

รัฐบาลปัจจุบัน เคยเสนอแนวนโยบายในการปฏิรูประบบราชการเมื่อสองปีก่อนว่า จะจับกลุ่มหรือรวมศูนย์งานแต่ละหน่วยต่างกรมต่างกระทรวงที่ซ้ำซ้อนกันเข้ามาไว้ด้วยกัน กรณีของงานภาพยนตร์ หน่วยงานรัฐที่ดูแลเรื่องภาพยนตร์ก่อนที่จะปฏิรูประบบราชการโดยจัดแบ่งกระทรวงใหม่นั้น มีอยู่สามหน่วย คือ หนึ่ง ฝ่ายตรวจพิจารณาภาพยนตร์ และฝ่ายควบคุมกิจการเทปและวัสดุโทรทัศน์ ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเป็นหน่วยงานทำหน้าที่ควบคุมการเผยแพร่ภาพยนตร์และเทปวัสดุโทรทัศน์โดยอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย สอง ฝ่ายกิจการภาพยนตร์ ในกรมประชาสัมพันธ์ ซึ่งทำหน้าที่เป็นเลขานุการของคณะกรรมการ
ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์ สำนักนายกรัฐมนตรี โดยหน้าที่ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี สาม คือฝ่ายหอภาพยนตร์แห่งชาติ ในกรมศิลปากร กระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งดูแลเรื่องการแสวงหา เก็บรักษาเพื่ออนุรักษ์และการให้บริการศึกษาค้นคว้าและเผยแพร่ภาพยนตร์ในฐานะเป็นมรดกทางศิลปวัฒนธรรมอย่างหนึ่งของชาติ

แต่เมื่อมีการปฏิรูปปรับเปลี่ยนกระทรวงกันใหม่แล้ว ปรากฏว่านอกจากมิได้มีการจับกลุ่มหน่วยงานของรัฐที่ดูแลเรื่องภาพยนตร์เป็นกลุ่มเดียว ยังคงกระจายอยู่ต่างกระทรวง หรือเปลี่ยนย้ายกระทรวง และยังมีการเพิ่มหน่วยงานที่ดูแลภาพยนตร์ขึ้นมาใหม่ด้วย กล่าวคือยังคงมีหน่วยงานควบคุมหรือตรวจพิจารณาภาพยนตร์อยู่กับสำนักตำรวจแห่งชาติ ฝ่ายกิจการภาพยนตร์ ในกรมประชาสัมพันธ์ โอนไปอยู่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยอยู่ในสำนักพัฒนาการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นกรมที่ตั้งขึ้นมาใหม่ มีบทบาทหน้าที่ประการหนึ่งมาดูแลเรื่องการส่งเสริมกิจการภาพยนตร์ภาคการผลิตและบริการและกิจการที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นการส่งเสริมและเผยแพร่ศิลปและวัฒนธรรม หอภาพยนตร์แห่งชาติ ยังอยู่ในกรมศิลปากร แต่โอนไปอยู่กระทรวงวัฒนธรรม และมีกรมใหม่ขึ้นในกระทรวงนี้ คือ สำนักศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย ซึ่งมีบทบาทหน้าที่ส่วนหนึ่งดูแลกิจการภาพยนตร์ในฐานะเป็นศิลปะร่วมสมัยอย่างหนึ่งด้วย

พระราชบัญญัติภาพยนตร์ พ.ศ. 2473 ซึ่งเป็นกฎหมายที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้กำกับดูแล และให้อำนาจสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นผู้ปฏิบัติ คือการตรวจพิจารณาหรือการเซ็นเซอร์ภาพยนตร์และกิจการเทปและวัสดุโทรทัศน์นั่นเอง พระราชบัญญัตินี้ก่อให้เกิดความขัดแย้งระหว่างภาคเอกชนผู้ประกอบกิจการภาพยนตร์ทั้งผู้ผลิตและผู้จัดฉายภาพยนตร์ กับภาครัฐ ในประเด็นเป็นอุปสรรคขัดขวางการพัฒนาอุตสาหกรรมภาพยนตร์ และยังขัดแย้งกับภาคประชาชน ในประเด็นการจำกัดสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น

ธุรกิจสื่อและบันเทิงในประเทศไทยมีแนวโน้มขยายตัวมากขึ้น

ธุรกิจสื่อและบันเทิงในประเทศไทยมีแนวโน้มขยายตัวมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การแพร่ภาพและกระจายเสียงทางโทรทัศน์ ที่ได้รับปัจจัยหนุนจากการเข้าสู่ยุคทีวีดิจิทัลที่มีจำนวนช่องธุรกิจ 24 ช่อง ซึ่งคาดว่าจะส่งผลให้ตลาดผลิตรายการโทรทัศน์มีมูลค่า 32,690 – 33,260 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 14-16 จากปี 2556 ที่คาดว่าจะมีมูลค่า 28,780 ล้านบาท นอกจากนี้ ธุรกิจสื่อและบันเทิงไทยยังได้รับกระแสการตอบรับที่ดีในต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จีน และประเทศในกลุ่มอาเซียน โดยมีปัจจัยหนุนด้านความคล้ายคลึงทางวัฒนธรรม ระดับการเปิดรับวัฒนธรรมต่างชาติที่มากขึ้นของประเทศต่างๆ รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีในการรับชมความบันเทิงผ่านแพลตฟอร์มที่หลากหลาย สำหรับบริการสนับสนุนธุรกิจ ครอบคลุมถึง สถาปัตยกรรม ซอฟต์แวร์ ออกแบบ โฆษณา แฟชั่น และการพิมพ์นั้น ก็ได้รับปัจจัยหนุนมาจากความต้องการเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างมูลค่าเพิ่มของผู้ประกอบการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเหมาจ้างเป็นโครงการ และ Outsource

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการในธุรกิจด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และธุรกิจร้านอาหาร สามารถใช้จุดแข็งของประเทศไทยในฐานะประเทศที่มีประวัติศาสตร์ เอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม และภูมิปัญญาพื้นบ้านในภูมิภาคต่างๆมาต่อยอดและพัฒนาธุรกิจ รวมถึงใช้ประโยชน์จากจุดแข็งด้านทักษะและความอ่อนน้อมในการให้บริการของคนไทยที่เป็นเอกลักษณ์ สร้างความประทับใจสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ สำหรับผู้ประกอบการในธุรกิจสื่อและบันเทิง และบริการสนับสนุนธุรกิจนั้น ควรใช้จุดแข็งทั้งด้านทักษะความสามารถและความคิดสร้างสรรค์ขยายตลาดไปยังต่างประเทศ โดยอาจเริ่มจากตลาดอาเซียน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประเทศกัมพูชา ลาว เมียนมาร์ และเวียดนาม

ไม่เพียงเฉพาะผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์เท่านั้น หากแต่ผู้ประกอบการในทุกอุตสาหกรรมยังสามารถนำอุตสาหกรรมสร้างสรรค์มาประยุกต์และผสมผสานเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าและบริการ นำเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมเป็นองค์ประกอบในการเพิ่มมูลค่าสินค้าและบริการ ใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อสร้างนวัตกรรมทั้งในส่วนของสินค้า บริการ และกระบวนการทำงาน รวมถึงใช้ประโยชน์จากการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างรุดหน้าขยายแฟลตฟอร์มในการเข้าถึงลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศในรูปแบบการทำการตลาดออนไลน์ เพื่อนำมาสู่การสร้างแบรนด์ให้เป็นที่ยอมรับทั้งในประเทศและต่างประเทศ